กิจกรรมบทเรียน 03 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ชุมชนช้างม่อย

Learning Recap: สรุปข่าว กิจกรรมบทเรียน 03 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ชุมชนช้างม่อย]
จากการเป็นย่านการค้าสำคัญในอดีต สู่การพัฒนากิจกรรมใหม่ ๆ ในพื้นที่ชุมชนช้างม่อย ร่วมกับประเพณีการคนข้าวยาคู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมความเชื่อมโยงผู้คนดั้งเดิมในชุมชนช้างม่อยในช่วงเทศกาลยี่เป็ง (ลอยกระทง) ณ วัดชมพู เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จุดประกายและนำมาซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ของเยาวชนในเมืองเชียงใหม่ที่สำคัญอีกพื้นที่หนึ่ง ที่อยากจะบอกเล่าเรื่องราวอันมีเสน่ห์ของชุมชนแห่งนี้ ให้ผู้คนได้รับรู้ และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ภายใต้การถอดบทเรียนเรื่อง เศรษฐกิจ I สร้างสรรค์ I ชุมชนช้างม่อย อย่างรอบด้านผ่านประสบการณ์ของตนเองที่พบเจอภายใน 1 วัน ของเยาวชนระดับชั้นอุดมศึกษาหลากหลายสาขาในเมืองเชียงใหม่อย่างมีส่วนร่วม และถ่ายทอดเป็นงานศิลปะแบบ Digital Art ที่ตีความและสื่อสารถึงความหมายของคำว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ชุมชนช้างม่อย

โดยเริ่มต้นกิจกรรมในตอนบ่าย ๆ หลังจากแนะนำโครงการ กิจกรรมที่จะต้องทำในวันนี้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจโจทย์และเป้าหมายของโครงการตั้งแต่ต้น รวมถึงเปิดมุมมองการทำงานศึกษาชุมชนช้างม่อย โดย “อาจารย์ภู จิรัธนิน” เข้ามาร่วมอธิบายเนื้อหาเบื้องต้นของย่าน ซึ่งการวางรูปแบบครั้งนี้มีการสร้างความชัดเจนกว่ากิจกรรมของบทเรียนที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นเยาวชนระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายที่เน้นการอธิบายแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า และให้เวลาผู้เข้าร่วมในการวางแผนงานของแต่ละกลุ่มก่อน จากนั้นเราจึงเริ่มออกเดิน “สำรวจชุมชน/ย่านช้างม่อย” โดยเริ่มจากวัดชมพู ซึ่งเป็นจุดรวมใจของคนในชุมชน และตำแหน่งของกิจกรรมและประเพณีที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันหลังจากนี้ทั้งหมด ซึ่งการเดินสำรวจครั้งนี้มีกลุ่มพี่ ๆ จาก “สถาปนิกฮอมสุข” เข้ามาร่วมเล่าเรื่องราวของชุมชน และอธิบายงานสถาปัตยกรรมในพื้นที่ให้เด็ก ๆ เยาวชนได้ฟังประกอบการเดินสำรวจไปด้วย

ออกไปตามเส้นทางที่ออกแบบเพื่อการเรียนรู้ตามโจทย์ที่กำหนด : บนเส้นทางระบบถนนช้างม่อย (เก่า) ขึ้นไปทางทิศเหนือ ตามทางเล็ก ๆ แคบ ๆ พบเจอเจดีย์ร้าง ทางเชื่อมเข้าวัดของชุมชน รู้จักย่านต้นโพธิ์ในอดีต ผ่านร้านค้าเก่าแก่ที่สำคัญในย่านช้างม่อย เช่น ร้านตุงสามหางลุงนิพนธ์-พี่นุช ร้านตัดผมลุงบุญทอง ร้องอ้อ ช่างซอชื่อดังประจำชุมชน ร้านผางประทีปป้าผึ้ง ได้กินขนมวงของยายนวล คุยกับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมกันพัฒนาชุมชนช้างม่อย อย่างพี่เวฟ พี่วิน แห่ง Mitte Mitte ผ่านประตูช้างม่อยเก่า แวะดูคลองแม่ขา ซึ่งเป็นคลองสายสำคัญในอดีตที่ปัจจุบันเสื่อมโทรมลงไปมากและประสบปัญหาน้ำเน่าเสีย เดินต่อมาอีกไม่ไกล จึงออกมาสู่ถนนช้างม่อย (ใหม่) พบตึกราบ้านช่องและตึกแถวอาคารสมัยใหม่กว่า และวัดหนองคำที่สำคัญของชาวปะโอ และชาวพม่าในชุมชน และกลับเข้าสู่ถนนช้างม่อยเก่า ลงมาทางทิศใต้ เชื่อมโยงสู่ถนนท่าแพ และประตูท่าแพ ก่อนกลับมายังวัดชมพู เพื่อสรุปข้อค้นพบและออกแบบผลงานร่วมกับกลุ่ม

หลังจากนั้น จึงเป็นเวลาที่ต้องนำข้อมูลที่เก็บจากการเดินสำรวจมากรวมกัน และบอกเล่าสิ่งที่กลุ่มตนเองตีความของชุมชน ทรัพยากรชุมชน จนกลายเป็นความหมายของการเชื่อมโยงคำ 3 คำ คือ “เศรษฐกิจ I สร้างสรรค์ I ชุมชนช้างม่อย” ในแบบที่ตนเองเข้าใจ รับรู้ และอยากนำเสนอในรูปแบบ Clip VDO ความยาวไม่เกิน 10 นาที บทสนทนาในวันนั้นถ้าสรุปหลัก ๆ คือ “การค้า ผู้คน สถานที่ ความทรงจำ และค้นพบใหม่ ๆ” ในมุมมองที่แตกต่างกันไป ในบริเวณที่เรียกว่า “ถนนช้างม่อยเก่า-ใหม่” “การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นเก่า-ใหม่” “การค้าเก่า-ใหม่” จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสในรูปแบบที่ต่างออกไปจากเดิม ที่เคยสัมผัสเพียงการเป็นนักท่องเที่ยว และผู้ใช้บริการร้านค้าในชุมชนชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ประกอบด้วย

กลุ่ม 01 เล่าถึง “ความใหม่ในเก่า” จากแนวคิดที่มี “ชุมชน” เป็นหลัก แล้วเชื่อมต่อว่ามีอะไรนำไปสู่ศักยภาพกิจกรรมที่ส่งเสริม “เศรษฐกิจ” ที่จะเป็นการ “สร้างสรรค์” ที่ยั่งยืนของชุมชนได้บ้าง
กลุ่ม 02 เล่าถึง “Chiang Moi Vibe Life” เน้นการถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนช้างม่อยผ่านสายตา และมุมมองที่ได้รู้จักผ่านธุรกิจและผู้คนที่ขับเคลื่อนชุมชนไปพร้อม ๆ กัน
กลุ่ม 03 เล่าถึง “Chiang Moi Super-cut” ที่เผยข้อค้นพบของตนเองแบบเซอร์ไพรส์และเรื่องราวแบบคาดเดาไม่ได้ เมื่อพบเจอในชุมชนช้างม่อย ผ่านผู้คนที่หลากหลาย ทายาท และการกลับไปกลับมาของระบบเศรษฐกิจชุมชนในมุมมองจากความรู้สึกที่ตื่นเต้นของตนเองที่กลายเป็นความสร้างสรรค์ไปโดยธรรมชาติของพื้นที่เอง

การจัดกิจกรรมในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงเป็นเสมือนการสร้างร่วมมือที่หลากหลาย ทั้งชุมชน ภาคประชาสังคม และเยาวชนรุ่นใหม่ในเมือง เข้ามามีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ในพื้นที่ กับช่วงเวลาของประเพณีสำคัญในชุมชน สร้างความเข้าใจความหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์อันเกิดจากฐานรากของชุมชนเอง และต่อยอดความสัมพันธ์ของมรดกทางวัฒนธรรมอันมีคุณค่า ตลอดจนการผลักดันคุณค่าเหล่านั้นให้เกิดการรับรู้ผ่านการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ของเยาวชนอย่างเหมาะสม … ถือเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาและการส่งเสริมเมืองแห่งการเรียนรู้จากทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างมากมายของเมืองเชียงใหม่แห่งนี้