ความเป็นพื้นถิ่นเมือง
🟢“ความเป็นพื้นถิ่นเมือง” (Urban Vernacular) เป็นการนิยามความหมายอัตลักษณ์ทางชุมชนบนพื้นที่เมือง โดยอาศัยความเข้าใจของการพัฒนาของพื้นที่เมือง และการเปลี่ยนย้ายของผู้คน เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเป็นพื้นถิ่นที่เป็นความเฉพาะตัวของแต่ละชุมชนเมือง ซึ่งเชียงใหม่เมืองแห่งการเรียนรู้นี้ ทีมวิจัยได้ศึกษาความเป็นเป็นพื้นถิ่นเมือง บนพื้นที่ชุมชนควรค่าม้าสามัคคี, พื้นที่ชุมชนป่าห้านิมมาน และพื้นที่ชุมชนช้างม่อยวัดชมพู จึงสรุปออกมาเป็นประเด็นพื้นถิ่นเมืองเฉพาะตัวในแต่ละพื้นที่ดังนี้
🔺“เมืองศิลปะผูกผู้คน” ชุมชนควรค่าม้าสามัคคีก่อตัวมาจากกลุ่มคนในพื้นที่เมืองเก่าเชียงใหม่บนถนนสิงหราชซอย 4 และตรอยซอยศรีภูมิ 7 จากสภาพชุมชนที่แบ่งเขตการครอบครอง การสร้างรั้วและกำแพง ทำให้ชุมชนละแวกบ้านถูกตัดขาดความสัมพันธ์ออกจากกัน ศิลปะจึงถูกถูกใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมละแวกบ้านและผู้คน ผ่านการขับเคลื่อนกิจกรรม กิ๋นหอมตอมม่วน Art fest ที่เป็นความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการใหม่ Aer Addict studio และกลุ่มชุมชนควรค่าม้าสามัคคี ที่รวบรวมคนในพื้นที่ กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มาร่วมมือกันสร้างกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเป็นชุมชน และเกิดองค์ประกอบใหม่คือ กำแพงรั้วศิลปะ (Art fencing wall) ที่เป็นกลไกสร้างละแวกบ้านของชุมชนควรค่าม้าขึ้นมาเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นเมืองเฉพาะตัว
🔺“เมืองสิ่งแวดล้อมชุมชน” บนพื้นที่เมืองป้าห้านิมมานเ ปัจจุบันนี้พื้นที่เมืองในอาณาเขตชุมชนป่าห้าถูกจัดสรรด้วยระบบแนวคิดการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ ทำให้เกิดการสร้างคลองชลประทาน ถนนเลียบคลอง ถนนนิมมานเหมินทร์ ระบบที่ดินจัดสรรในรูปแบบตาราง ทำให้เกิดความไม่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมเมืองเดิม นั้นคือ สิ่งแวดล้อมชุมชนเกษตรกรรมเก่า ที่เป็นแนวลำเหมืองและห้วย ที่หล่อเลี้ยงละแวกบ้าน ทำให้เกิดแนวสันเหมืองและทิวทัศน์ของต้นห้า ที่เป็นชื่อเรียกชุมชนนี้ จากสิ่งแวดล้อมทั้ง 2 แนวคิดนี้ ทำให้พื้นที่เมืองป่าห้านิมมานนี้ มีอัตลักษณ์พื้นถิ่นเมือง คือ สิ่งแวดล้อมสร้าง (Built Enviroument) ที่มาจากทั้งแนวคิดชุมชนเกษตรกรรมและชุมชนเมืองที่สามารถผลักดันและพัฒนาร่วมกันได้ในอนาคต
🔺“เมืองวัฒนธรรมเก่าเศรษฐกิจใหม่” พื้นที่ช้างม่อยเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีต้นทุนของวัฒนธรรมที่น่าสนใจ บนบริบทชุมชนเดิมที่เป็นชุมชนหัววัดชมพู ที่มีภูมิศาสตร์กายภาพที่เชื่อมโยงริมคลองแม่ข่า กลุ่มบ้านในถนนช้างม่อยเก่าถึงถนนสิทธิวงศ์ ทำให้ชุมชนดั้งเดิมและกลุ่มธุรกิจใหม่ต้องสร้างกลไกการอยู่ร่วมกันให้ได้ ทั้งการเข้าในถึงต้นทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของย่านเดิม และการยกระดับศักยภาพย่านสร้างสรรค์ของเมือง ทำให้อัตลักษณ์พื้นถิ่นเมืองของย่านนี้ คือ การสร้างความร่วมมือใหม่ๆ (Creative Collaboration) ระหว่างคนเก่าและคนใหม่ ผ่านกิจกรรมเมืองที่ทั้งผลักดันธุรกิจสร้างสรรค์และชุมชนดั้งเดิมไปด้วยกัน สิ่งปรากฏผ่านกิจกรรมใหม่ของชุมชนได้แก่ งานตุงช้างม่อย งานคนข้าวยาคู้ช้างม่อย เป็นต้น
🔵เรียนรู้ 3 พื้นที่เมืองเชียงใหม่ผ่านเว็บไซต์ “เชียงใหม่เมืองแห่งการเรียนรู้” ได้ตามลิงค์ต่อไปนี้ “ควรค่าม้า” http://learningcity.noitaemark.com/oldtown “ป่าห้านิมมาน” http://learningcity.noitaemark.com/nimman “ช้างม่อย” http://learningcity.noitaemark.com/changmoi
