เชียงใหม่เมืองแห่งการเรียนรู้ Next 2022-23

ที่ผ่านมาโครงการ Chiang Mai Learning City ได้รับความอนุเคราะห์ การสนับสนุน และความร่วมมือจากหลายฝ่าย
คณะนักวิจัยขอกราบขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ 🙏🏻 ทั้งชาวชุมชนในเขตเมืองเชียงใหม่ ผู้ประกอบการ องค์กรธุรกิจ เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายวิชาการ และเทศบาลนครเชียงใหม่
__
ทำให้การทำงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา 😊 การขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงปฏิบัติสร้างรูปธรรมการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด
🌳 “เรียนรู้ เพื่อ(ร่วมกัน)พัฒนาเมือง” 🌳
ซึ่งค่อยๆ ปรากฏผลลัพธ์ และเส้นทางกับโอกาสเบื้องหน้า ที่อยากเชื้อเชิญให้กัลยาณมิตรทุกท่าน ออกเดินไปบนเส้นทางแห่งความเชื่อ และความร่วมมือ ด้วยกันอีกครั้ง 🌟


วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา โครงการวิจัยเชียงใหม่เมืองแห่งการเรียนรู้ ทั้ง 2 คณะ ได้แก่ คณะวิจัยจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. จึงร่วมกันจัดกิจกรรมส่งมอบข้อมูลประเด็นสำคัญที่ค้นพบในการทำงาน และขอพันธมิตรผู้เข้าร่วมประชุมช่วยกันระดมความคิดถึง “ประเด็นสำคัญ” ที่เครือข่ายเห็นว่าต้องมีการขับเคลื่อนต่อเพื่อหนุนเสริมการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ในปี 2565-2566 โดยสรุปได้เป็น 4 ประเด็น
__
1) การขับเคลื่อนในประเด็นเศรษฐกิจ

  • การขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ที่เชื่อมโยงการทำงานของภาคีเครือข่ายให้มาร่วมด้วยช่วยกัน ร่วมคิด ร่วมวางแผน ผ่านแนวคิดเชียงใหม่เมืองเทศกาล เช่น การรวมตัวกันของภาคส่วนต่างๆจัดงานเทศกาลในปลายเดือนธันวาคมที่มีการจัดกิจกรรมทั้งเดือน เพื่อหนุนเสริมการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่
  • ต้องมี Learning Program ที่ส่งเสริมและสนันสนุนให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวใหม่ๆให้แก่เมืองเชียงใหม่
  • การผลักดันให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับย่าน ซึ่งอาจต้องมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจระดับย่าน
    __
    2) การขับเคลื่อนในประเด็นนิเวศ/สิ่งแวดล้อม
  • การขับเคลื่อนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ของพลเมืองในประเด็น “นิเวศเมืองเชียงใหม่” เพื่อสร้างกีมีส่วนร่วมให้แก้พลเมืองในประเด็นนิเวศ/สิ่งแวดล้อม
  • การจัดทำ Learning Program สำหรับชุมชนให้สามารถจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองได้ รวมถึงการสร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อทดลองทำร่วมกันด้วย
  • การดำเนินงานจัดทำแผนนิเวศเมือง/สิ่งแวดล้อมทั้งในระดับเมืองและย่าน ซึ่งต้องครอบคลุมทุกมิติของนิเวศเมืองเชียงใหม่
    __
    3) การขับเคลื่อนในประเด็นพลเมืองของเมืองแห่งการเรียนรู้
  • การสร้าง Learning Program สำหรับเด็กและเยาวชนให้ออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียน ในประเด็นต่างๆ และหนุนเสริมการเป็นพลเมืองตื่นรู้สำหรับเมืองแห่งการเรียนรู้ เช่น การพัฒนาให้เกิดนักสื่อสารสร้างสรรค์ที่เข้าใจความเป็นเชียงใหม่ ชุมชนของเชียงใหม่ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเชียงใหม่ เป็นต้น
  • การมองมิติของพลเมือง ควรครอบคลุมไปถึงกลุ่มคนไร้บ้าน คนจนในเมือง แรงงานในเมือง ผู้สูงวัย ด้วย
  • สร้างการเชื่อมโยงและสร้างโครงข่ายการพัฒนาพลเมืองสำหรับเมืองแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
    __
    4) การขับเคลื่อนการพัมนาพื้นที่แห่งการเรียนรู้
  • การพัฒนาให้เกิด Learning Spaces สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และสามารถเข้ามาใช้บริการ Learning Spaces ได้ 24 ชั่วโมง รวมทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้คอยบริการ
  • การขับเคลื่อนพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น พื้นที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุ เป็นต้น
  • การขับเคลื่อน Learning Spaces ในระดับชุมชน/ย่าน ที่จะเป้นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยแบ่งปันประสบการณ์และความคิด การสร้างแรงบันดาลใจ สู่การร่วมมือกันพัมนาเมือง