เทศกาลเมืองแห่งการเรียนรู้
จุดประกาย CMLC ร่วมกับ Spark U และเทศบาลนครเชียงใหม่
จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม “ปี๋ใหม่เมือง” จัดแสดงนิทรรศการสรุปการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ เวทีเสวนาแนวทางการนำเสนอเมืองเชียงใหม่ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ UNESCO และการจัดกิจกรรมนิทรรศการสื่อสารสร้างสรรค์ “Reinspried City”โดย Spark U Lanna และเครือข่ายกลุ่มคนรุ่นใหม่ Sync Space, Design Soulciety และ Shan Youth Powerช่วงเทศกาลใครๆ ก็จัดงาน แล้วจะมีใครร่วมงาน?
เราต่างรู้กันดีว่า เชียงใหม่เป็นเมืองอีเว้นท์และเทศกาล
เรียกว่าช่วงไหนหยุดยาวและมีประเพณีสำคัญ คนท้องถิ่นกลับบ้าน นักท่องเที่ยวเต็มเมือง พร้อมงานอีเว้นท์เน้นโชว์ความสวยงามทางวัฒนธรรมจัดเต็มแบบไปทุกมุมเมืองหันไปทางไหนต้องเจอ การจัดงานเทศกาลการเรียนรู้จุดประกาย CMLC เพียงหวัง และลองทำกิจกรรมเล็กๆ เพื่อสื่อสารว่า
หากปันแรงแบ่งงบสัก 5-10% จัดกิจกรรมที่คนเมืองได้มีส่วนร่วมในฐานะผู้เจ้าภาพ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งต่อเติมแรงจากคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาหนุนงานเพื่อประโยชน์สาธารณะของเมือง
มีโมเดลใหม่ๆ บ้าง ที่ไม่ได้มีแต่อีเว้นท์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างพื้นที่ของคนเมือง ให้ได้มาพบปะ เติมกำลังใจ ทำงานร่วมกัน ผ่านเทศกาล ให้เราได้ใกล้กันมากขึ้นและภาคภูมิใจในฐานะเจ้าของวัฒรธรรมประเพณี + เจ้าภาพตัวจริงเสียงจริง ต้องขอขอบคุณคุณครู
จาก กศน. ที่มาร่วมเป็นวิทยากรกับเราไม่เคยขาด ตัวแทนน้องทั้ง 2 คนจากสภาเด็กและเยาวชนเทศบาลนครเชียงใหม่ ขอบคุณป้าจิ๋ม และพี่นุสรา ที่ช่วยแนะนำดอกไม้ปันดวงให้กับ CMLC ได้นำมาสร้างการเรียนรู้ต่อเนื่อง และเทศบาลนครเชียงใหม่ที่อำนวยความสะดวกในการจัดงานครับ
เรียนรู้ไปทำไม? เรียนรู้เพื่อพัฒนาเมือง
การทำโครงการวิจัยเมืองแห่งการเรียนรู้ที่เมืองเชียงใหม่ไม่ได้ตั้งสมมติฐานว่าเมืองขาดแคลนแหล่งเรียนรู้ ตรงกันข้ามเมืองเชียงใหม่ มีทั้งแหล่งและกิจกรรมให้ได้เรียนรู้ตลอดทั้งปี อาจจะมากกว่าเมืองอื่นๆ ด้วยซ้ำไป
แต่คำถามหนึ่งในความหลากหลายเหล่านั้น คือ การจะทำอย่างไรให้การเรียนรู้ใหม่ๆ เข้าไปต่อยอดเสริมแรงพลเมืองของเมืองเชียงใหม่ได้อย่างตอบโจทย์ ตรงใจ และเชื้อเชิญให้พลังพลเมืองที่มีอยู่เป็นต้นทุนที่แข็งแรง สามารถมีเวที พื้นที่กลาง และวาระร่วม ช่วยกันผลักดันการพัฒนาเมือง
ตามโจทย์ที่ผู้คน พลเมือง และศักยภาพของเมืองที่กำลังเรียกร้อง และต้องการการเปลี่ยนแปลง – อาจเรียกเล่นๆ ว่า เรียนรู้แบบ On demand หรือ customized ก็ได้
ที่ผ่านมา CMLC ได้พยายามตอบสมมติฐานดังกล่าว
ผ่านการทำงานกับชุมชนทั้ง 3 แห่ง ช้างม่อย ควรค่าม้า และล่ามช้าง ที่เป็นพื้นที่แหล่งเรียรู้นำร่้อง โดยเติมเต็มการเรียนรู้ใหม่ๆ เข้าไปช่วยสนับสนุนสิ่งดีเป็นต้นทุนอยู่แล้วให้เล็งเห็นโอกาส กับทิศทางใหม่ๆ ทำงานร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อวิเคราะห์แผนและนโยบาย กับกลวิธีที่จะนำพาเมืองนี้ไปสู่ การจัดการที่ดีขึ้น และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
รวมไปถึงการทำงานร่วมกับเครือข่าย ที่ทุกกลุ่มยังทำงานที่สำคัญของตนเอง CMLC เพียงชวนมาแชร์และสร้างเป้าหมายร่วมในระดับเมืองด้วยกัน
___
ขอขอบคุณ
สมาชิกชุมชนทั้ง 3 แห่ง พระอาจารย์อานนท์ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง หลวงพ่อพระพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดชมพู (ช้างม่อย) ประธานชุมขน แม่แอร์ แม่ดา พี่ฝน พี่เดือย และกรรมการกับตัวแทนชาวชุมชนทุกท่าน น้องๆ นักพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ๆ ฮอมสุขสตูดิโอ Sync Space, Design SoulCiety, Shan Youth, Tomorrow Chiang Mai และเครือข่ายร่วมจัดงาน หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่, CTRD มช.,กลุ่มผู้สูงอายุเต้นบาสโลบเครือข่ายศูนย์พฤฒพลัง มช., Spark U Lanna, มูลนิธิโฮงเฮียงสืบสานล้านนา และสสส. รวมไปถึงอีกหลายๆ ท่านที่ไม่อาจเอ่ยชื่อได้ครบ
#Syncspace#Designsoulciety#Shanyouth










