5 ประเด็นสำคัญปี 65 สิ่งแวดล้อมเมืองเชียงใหม่
จากการที่ CMLC ได้มีโอกาสเข้าร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองโดยมีภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้คนที่ “รักเมือง” ที่อาสาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นเจ้าภาพงานต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2564 เป็นต้นมา CMLC ได้ประมวลข้อมูลสถานการณ์เมืองเชียงใหม่ และสรุปประเด็นสำคัญๆ ที่ได้รับรู้จากเครือข่าย นำมาประมวลเป็นประเด็นสำคัญ ที่อยากชวนชาวเชียงใหม่ และคนรักเมืองเชียงใหม่ทุกท่านร่วมกัน “จับตา” และ “ร่วมกันผลักดัน” ใน 5 ประเด็นสำคัญปี 65 สิ่งแวดล้อมเมืองเชียงใหม่
🌳การขาดแคลนพื้นที่สีเขียว
✅ จากข้อมูลประชากรที่มีทะเบียนบ้านอยู่นพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ในปี 2563 มีจำนวน 122,627 คน ในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่มีพื้นที่สีเขียวอยู่ราว 0.78 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 1.94 ของพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ✳️ คิดเป็นอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เฉลี่ย 6 ตร.ม./คน (ต่ำกว่ามาตรฐานที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ เฉลี่ย 9 ตร.ม./คน)
🟢 แต่เมื่อนับรวมประชากรแฝงของเมืองเชียงใหม่ (แรงงานภาคบริการ/การท่องเที่ยว และนักเรียนนักศึกษา) คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนของประชากรรวม 495,885 คน ซึ่งเท่ากับเมืองเชียงใหม่จะมีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรในเขตเมืองเชียงใหม่ เฉลี่ยที่ 1.58 ตารางเมตร/คน เท่านั้น
✌🏻เรื่องเร่งด่วนที่อยากชวนทุกคนมาร่วมผลักดันและลงมือทำ = การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างกลไกระดับชุมชน พร้อมนโยบายสนับสนุนโดยภาครัฐให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มและดูแลพื้นที่สีเขียวอย่างมีนัยยะสำคัญ
🌇เกาะความร้อนเมืองเชียงใหม่
☀️“ในทุกๆ ปี เมืองเชียงใหม่มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1 องศาเซลเซียส” ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุณหภูมิพื้นผิวเมือง ได้แก่ สัดส่วนพื้นที่ (1) แหล่งน้ำ (2) พื้นที่สีเขียวมี (3) พื้นที่อาคารปกคลุมดิน (4) ความสูงอาคาร
📝 สมการอุณหภูมิเมือง = พื้นที่สีเขียวน้อย+ พื้นที่แหล่งน้ำมีน้อย + มีอาคารสูง + และควาหนาแน่นอาคารมาก = อุณหภูมิสูง
จากผลการศึกษาพื้นที่เมืองเชียงใหม่ย่านที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดของเมือง ได้แก่ ย่านท่าแพ และช้างคลาน
✌🏻เรื่องเร่งด่วนที่อยากชวนทุกคนมาร่วมผลักดันและลงมือทำ = ลดอุณหภูมิเมือง ทำได้ง่ายๆ โดย
(1) เพิ่มพื้นที่สีเขียว
(2) เพิ่มและรักษาคุณภาพพื้นที่ชุมน้ำ เช่น คูเมือง คลอง แม่น้ำ
(3) ออกแบบทางภูมิทัศน์ (Landscape design) ลดการใช้วัสดุพื้นคอนกรีตดาดแข็ง (Hardscape)
(4) ออกแบบลดโครงสร้างและความหนาแน่นของอาคาร (Building form and density) = ช่วยลดปริมาณการแผ่รังสีความร้อนจากแสงแดด (Solar radiation) และเพิ่มการไหลเวียนของลมธรรมชาติ (Natural ventilation) และการระบายอากาศ
__
😶🌫️ฝุ่นควัน PM2.5
📈จากสถิติใน 5 ปีที่ผ่านมาเชียงใหม่ติด Top 5 เมืองที่มีค่าฝุ่นสูงสุดของโลก ในฐานะเมืองที่มีปัญหาเรื่องฝุ่นควัน PM2.5 รุนแรงที่สุด 3 เดือนหลักที่มีปัญหาฝุ่นควันรุนแรง ก.พ. มี.ค. เม.ย. สาเหตุของการเกิดฝุ่นควันนอกจากจะมาจากไฟป่าและการเผาเศษวัสดุจากการเกษตร “การใช้รถ” คือ 1 ในปัจจัยหลักของฝุ่นเมืองเชียงใหม่
🔴พื้นที่เมืองที่ควรมีการดำเนินการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน = (1) พื้นที่บริเวณตลาดวโรรส-ท่าแพ (2) ช้างคลาน (3) ช้างเผือก-โชตนา
✌🏻เรื่องเร่งด่วนที่อยากชวนทุกคนมาร่วมผลักดันและลงมือทำ = การแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 โดยการจัดการภายในเมือง
(1) สร้างสภาพแวดล้อมเมืองให้มีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี
(สัดส่วนอาคารและความหนาแน่นต่อพื้นที่)
(2) เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่
(3) ดูและรักษาแหล่งน้ำในเมือง
(4) สร้างระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้รถส่วนบุคคล
🍚ความมั่นคงทางอาหารของเมือง
ผลกระทบจากแพร่ระบาดของโควิด และมาตรการป้องกันโรค ส่งผลให้เกิดการว่างงาน และขาดรายได้ แรงงานและผู้มีรายได้น้อยในเขตเมืองเกิดปัญหาในการเข้าถึงอาหาร ทำให้เกิดการช่วยเหลือแบ่งปันอาหารเกิดขึ้นทั่วเมือง ผ่านกิจกรรมการแจกจ่ายอาหาร การตั้งตู้ปันอิ่ม โดยประชาชนทั่วไป เอกชน และภาคประชาสังคม นอกจากการแบ่งปันโดยบุคคลทั่วไป ได้มีกิจกรรมและโครงการแบ่งปันอาหารและความมั่นคงทางอาหารเกิดขึ้นในเขตเมือง อาทิ กิจกรรมฮอมกั๋น ปั๋นอิ่ม, Food Bank ครัวกลาง Chiang Mai Trust, สวนผักคนเมืองเชียงใหม่, และปั๋นอิ่ม
นอกจากการขาดรายได้จากการทำงาน ผลกระทบยังเกิดขึ้นกับการเข้าถึงแหล่งอาหาร ข้อมูลปี 2563 ระบุว่ามีตลาดสดในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่อยู่ราว 16 ตลาด รองรับประชากร 127,240 คน ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เกิดการปิดตลาดครั้งใหญ่ยาวนานบางแห่ง 3 วัน บางแห่งร่วม 2 สัปดาห์ เช่น กาดเมืองใหม่ กาดหลวง กาดประตูเชียงใหม่ ส่งผลต่อประชาชนผู้ซื้อหาพืชผักอาหาร และพ่อค้าแม่ค้า และมีการประกาศปิด 16 ตลาดสดในพื้นที่ 8 อำเภอ ในพื้นที่ทั้งจังหวัด
✌🏻ข้อมูลยังไม่เพียงพอ และการจัดการปัญหายังไม่มีแนวทางชัดเจน = คนในเมืองต้องพึงพาตลาด และอาหารจากแหล่งผลิตรอบเมือง * ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาและข้อมูลที่ชัดเจน เรื่องความรุนแรงของปัญหา แนวทางในการแก้ไขปัญหาในช่วงเกิดวิกฤต
__
🏞การจัดการคลองแม่ข่า
ความสำคัญของคลองแม่ข่านอกจากจะเป็น 1 ในไชยมงคลการสร้างเมืองเชียงใหม่ ด้วยบทบาทของการเป็นแหล่งน้ำที่ไหลผ่านใจกลางเมือง จากลักษณะคลองแม่ข่ายาวที่พาดยาวในแนวเหนือ-ใต้จากต้นน้ำถึงแม่น้ำปิงมีความยาวรวมราว 31 กม.
มีช่วง 11 กม.ผ่าน 12 ชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 4.7 กม. ไหลผ่านพื้นที่ใจกลางเมือง และย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองเชียงใหม่ 2.6 กม.ยังมีสภาพเป็นคลองธรรมชาติ (ไม่มีการดาดคอนกรีต) ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนของคลองธรรมชาติใกล้เมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมของเมืองได้เป็นอย่างดี
ที่ผ่านมามีโครงการและกิจกรรมมากกว่า 50 โครงการที่พยายามเข้าไปพัฒนาพื้นที่คลองแม่ข่า แต่ยังไม่สามารถแก้ไขคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ริมคลองได้อย่างเบ็ดเสร็จ
✌🏻ข้อมูลปี 2565 ขณะนี้กำลังมีการขับเคลื่อนการพัฒนาคลองแม่ข่าโดยหลายหน่วยงานของภาครัฐตั้งแต่ระดับจังหวัด หน่วยงานส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อหาแนวทางบูรณาการเพื่อการพัฒนาพื้นที่คลองแม่ข่า การพัฒนาที่อยู่อาศัย และพื้นที่ริมคลอง คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปี 2565 จะมีความชัดเจนในการขับเคลื่อนงานออกมาจากทางหน่วยงานภาครัฐ …คนรักคลองแม่ข่าขอให้ร่วมกันติดตามข่าว อย่าได้พลาด
(**ขอขอบคุณข้อมูลจาก *IMAGINE MAEKHA และใจบ้านสตูดิโอ)





