“แม่ข่าเปลี่ยน เชียงใหม่เปลี่ยน” Mae Kha City Lab ภารกิจเปลี่ยนริมคลองแม่ข่าให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้
สามารถ สุวรรณรัตน์
นักวิจัยผู้ก่อตั้ง แม่ข่า ซิตี้ แล็บ
เพราะการฟื้นฟูภูมิทัศน์ของคลองระบายน้ำโบราณที่ตั้งอยู่ในย่านกลางเมืองเชียงใหม่อย่าง ‘คลองแม่ข่า’ หาใช่แค่การปรับปรุงด้านกายภาพ แต่ยังรวมถึงการที่ผู้คนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
เช่นนั้นแล้ว พร้อมกับที่เทศบาลนครเชียงใหม่ริเริ่มโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองและคุณภาพน้ำในลำคลองเมื่อปี 2565 สามารถ สุวรรณรัตน์นักวิจัยและนักสื่อสารด้านการพัฒนาเมือง ก็ได้ร่วมกับ บพท. ในการสร้างกลไกเพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนริมคลอง ให้เกิดขึ้นในเชิงสร้างสรรค์ – นั่นคือที่มาของโครงการ สำหรับปีนี้.
“ซิตี้แล็บ (city lab) เป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองเครื่องมือหนึ่ง เป็นห้องทดลองเชิงปฏิบัติการที่ชวนผู้คนในพื้นที่มาช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบย่านที่พวกเขาอยู่อาศัยให้ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิต ขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ประสานผู้มีองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ให้เข้ามาร่วมทำงานกับผู้คนในชุมชน” สามารถกล่าว
แม่ข่าซิตี้แล็บ เริ่มต้นภายหลังจากที่สามารถร่วมกับกลุ่มสถาปนิกใจบ้านสตูดิโอ และ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน) ออกแบบแนวทางในการใช้ประโยชน์จากที่ดินริมคลองให้กับชาวบ้านได้ลุล่วง ก่อนที่ บพท. จะเข้ามาสนับสนุนให้เกิดกลไกของพื้นที่เรียนรู้ ภายใต้โครงการเมืองแห่งการเรียนรู้เชียงใหม่
โดยในปี 2566 สามารถ และลลิตา จิตเมตตาบริสุทธิ์ ผู้ช่วยนักวิจัย ได้เปิดสำนักงานของโครงการฯ ในอาคารพาณิชย์บนถนนระแกง ทำหน้าที่เป็นทั้งห้องปฏิบัติการสำหรับจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ที่เกิดในพื้นที่ เป็นห้องประชุมสำหรับชาวชุมชนริมคลองในการระดมความคิดเห็นด้านการพัฒนาย่านรวมทั้งเป็นห้องรับแขกสำหรับบุคคลหรือองค์กรที่สนใจมาศึกษาแนวทางการพัฒนาคลองแม่ข่า
พร้อมกันนั้น ตลอดปี 2566 ถึงปัจจุบัน แม่ข่าซิตี้แล็บก็ได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในพื้นที่ริมคลองสำหรับผู้ที่สนใจเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็น…กิจกรรมแม่ข่าซิตี้วอล์ก Mae Kha City Walkกิจกรรมชวนผู้เชี่ยวชาญพาผู้ที่สนใจเดินชมคลองแม่ข่าในมิติต่างๆ ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนาเมือง ประวัติศาสตร์ การเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ชาติพันธุ์ ไปจนถึงสถาปัตยกรรม ฯลฯ
เทศกาลแสงแห่งแม่ข่า (Festival of Light)ที่ร่วมกับผู้ประกอบการในย่านไนท์บาซาร์ ชวนนักสร้างสรรค์มาร่วมออกแบบโคมไฟและจัดนิทรรศการศิลปะบริเวณพื้นที่ริมคลองในช่วงเทศกาลยี่เป็งเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา Wilding Garden หรือล่าสุดกับการร่วมกับผู้ประกอบการและชาวบ้านปลูกต้นไม้และดอกไม้ป่าริมคลองในโครงการ ‘สวนเกสรและผีเสื้อ’ (Wilding Garden) เพื่อเติมพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้น
“อย่างที่เห็น กิจกรรมด้านการเรียนรู้ทั้งหมดที่เราทำ เป็นการเน้นย้ำว่าจริงๆ คลองแม่ข่ามีศักยภาพมากกว่าแค่การเป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปสวยๆ แบบที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะความที่คลองแห่งนี้อยู่คู่กับเชียงใหม่มาตั้งแต่ก่อตั้งเมือง มันจึงบรรจุด้วยเรื่องราวมากมายควบคู่ไปการเปลี่ยนแปลงของเมือง ซึ่งเราคิดว่านี่คือพื้นที่การเรียนรู้ที่มันช่วยเติมมิติใหม่ๆ ต่อการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองได้” สามารถกล่าว
แต่เหนือสิ่งอื่นใด เป้าหมายลึกๆ ที่สามารถตั้งใจ และพบว่าเริ่มออกดอกผลในช่วงขวบปีหลังแล้วก็คือ การได้เห็นผู้คนจากหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่เพียงแค่ชุมชนริมคลอง แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการและคนเชียงใหม่โดยรวม
“ที่เราดีใจคือพอโครงการมันมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการในย่านไนท์บาซาร์ที่อยู่ติดกับคลองแม่ข่า ก็เริ่มให้การสนับสนุนโครงการฯ มาร่วมกิจกรรมเดินชมย่าน ให้ทีมงานมาช่วยปลูกต้นไม้ ไปจนถึงการที่โรงแรมใหญ่ๆ ในพื้นที่ร่วมสนับสนุนเงินทุนในการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง (ส่วนต่อขยายจากที่เทศบาลริเริ่ม - ผู้เขียน) หรือการได้เห็นผู้คนที่อยู่นอกพื้นที่มาร่วมกิจกรรมกับเราอยู่เสมอ
“ถ้าแม่ข่าเปลี่ยนความรับรู้ของผู้คนในแง่ของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองได้ ในอนาคตเชียงใหม่ก็อาจจะเปลี่ยนได้ และเราหวังให้เป็นเช่นนั้น” สามารถกล่าว
ติดตามความเคลื่อนไหวของ Mae Kha City Lab ได้ทาง
https://maekhacitylab.com/
https://www.facebook.com/ImagineMaeKha?locale=th_TH

